Home / Youinspire / “นุศรา ต้อมคำ” จากเด็กเก็บบอลสู่มือเซตแถวหน้าของโลก

Back

“นุศรา ต้อมคำ” จากเด็กเก็บบอลสู่มือเซตแถวหน้าของโลก

1 month ago

จากเด็กเก็บบอลที่สามารถเดินตามฝันบนเส้นทางสายวอลเลย์บอลจนก้าวสู่ตำแหน่งมือเซตอันดับหนึ่งของโลก ไม่ใช่เรื่องโชคชะตาฟ้าลิขิต แต่เป็นผลของความอดทนและเพียรพยายามล้วน ๆ ของนักวอลเลย์บอลญิงทีมชาติไทย นุช – นุศรา  ต้อมคำ หรือที่หลายคนมักเรียกติดปากว่า ‘ซาร่า’  และในวันนี้เป็นโอกาสดีที่เธอได้ถ่ายทอดเคล็ดลับความสำเร็จในการทำฝันเป็นจริงให้ทุกคนได้รับรู้กัน

 

จากเด็กเก็บบอลก้าวสู่มือเซตระดับโลก 

      กว่าที่นุชจะก้าวมาได้ถึงวันนี้ นุชต้องใช้ความอดทนและความเพียรพยายามมากในการเล่นวอลเลย์บอล ต้องขอบคุณครอบครัวที่คอยให้กำลังใจมาตลอด ไม่ว่านุชจะทำอะไรครอบครัวจะคอยส่งเสริมนุชตลอด แพ้เขาก็ให้กำลังใจ วันที่เราชนะเขาก็ยิ้มให้เรา แล้วก็อีกหนึ่งส่วนสำคัญคือเพื่อนร่วมทีมและสตาฟฟ์โค้ชที่คอยอยู่เคียงข้างกันตลอดจนถึงชุดปัจจุบัน  เพราะกีฬาประเภททีม ถ้าเราเก่งคนเดียวก็ไปต่อไม่ได้ หรือถ้าเพื่อนในทีมเก่งหมดทุกคนแล้วเราไม่เก่งอยู่คนเดียว ทีมก็ประสบความสำเร็จไม่ได้เหมือนกัน นุชคิดว่าทุกคนต่างเป็นแรงบันดาลใจให้กันและกัน

 

มีวันนี้ได้…เพราะไม้เรียวโค้ช

ตั้งแต่เริ่มเล่นมาจนถึงวันนี้ โค้ชที่ดุที่สุดคือโค้ชชาติชาย ราศรีดี  ซึ่งเป็นโค้ชคนแรกสมัยเรียนประถม โค้ชจะมีไม้เรียวประจำตัวเป็นไม้หวายยาวๆ  ถ้าทำผิดครั้งแรกก็จะพูดเตือนครั้งหนึ่ง แต่พอผิดครั้งที่สองปั๊บ ตีเลย และโค้ชจะห้ามเราทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ให้เกเร ไม่ให้เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เพื่อให้ไปตามแนวทางที่เขาตั้งใจไว้ ดื้อก็ไม่ได้ ทำอะไรผิดก็โดนตี  ร้องไห้กลับบ้านทุกวัน ก็เลยเป็นความทรงจำว่าถ้าสมัยเด็กๆ เราไม่อดทนเราก็คงไม่มาถึงจุดนี้ได้ สำหรับนุชไม้เรียวเปรียบเหมือนน้ำร้อน เวลาเราโดนน้ำร้อนลวกแล้วเจ็บ เราก็จะไม่กล้าไปโดนมันอีก ไม้เรียวเป็นอย่างนั้นเลยค่ะ

ความอดทนคือกุญแจสู่ความสำเร็จ

การเล่นวอลเลย์ในแต่ละปีเราก็จะเจอทั้งอุปสรรคใหม่ๆ เจอเพื่อนใหม่ๆ เจอโค้ชใหม่ๆ  ทำให้เรานึกย้อนกลับไปเมื่อสมัยเริ่มเล่นว่าถ้าวันนั้นเราไม่อดทน ถ้าวันนั้นถูกโค้ชตี แล้วแม่รักลูกมาก กลัวลูกเจ็บ ตามใจลูกด้วยการบอกว่าลูกไม่ต้องไปเล่นแล้ววอลเลย์บอลน่ะ  เราก็คงไม่มาถึงวันนี้ได้

 

ตัวเล็กไม่ใช่อุปสรรค ถ้ารู้จักเปลี่ยน “จุดด้อย” ให้กลายเป็นเป็น “จุดเด่น”

นุชสูง 169  ซม. ด้วยความที่เราตัวเล็กอาจเสียเปรียบต่างชาติ แต่เมื่อก่อนดูการแข่งขันในเอเชีย มีตัวเซตคนหนึ่งของญี่ปุ่น  ตัวเล็กกว่านุชอีก ทำไมเขายังเล่นระดับโลกได้เลย ก็ทำให้เรามีแรงบันดาลใจว่าทำไมเราถึงทำไม่ได้อย่างเขา เขายังเปลี่ยนจุดด้อยมาเป็นจุดเด่นเลย เราเอาบ้างดีกว่า ต้องเปลี่ยนจุดด้อยของเราให้เป็นจุดเด่น เราตัวเล็กก็จริง แต่เราต้องมีความไวกว่าเขา  ต้องมีการผสมผสานที่ค่อนข้างที่จะแน่นอน เราต้องอาศัยความฉลาดในการเล่น ถึงจะสู้คนตัวใหญ่ได้

 

การที่จะทำแบบนี้ได้ต้องฝึกซ้อม นุชเคยผ่านช่วงเวลาที่ซ้อมหนักมากที่สุดในชีวิตมาแล้วซึ่งเป็นช่วงซ้อมเพื่อติดทีมชาติ  เรามาซ้อมก่อนเขา เลิกทีหลังเขา วันหนึ่งๆ นุชต้องฝึกเซตบอลหลายพันลูก ซ้อมจนแทบซ้อมไม่ไหว ถึงขั้นโค้ชไล่กลับบ้านเลย แต่เมื่อเราผ่านมาได้แล้วทุกวันนี้กลายเป็นรู้สึกเลยว่า ทำไมซ้อมเบาจัง (ยิ้ม)

 

ไหวพริบ ปฏิภาณ รู้จักเอาตัวรอดเป็นยอดดี 

นุชเล่นทีมชาติมา 14 ปี แต่ละปีเราเคยผ่านจุดที่ซ้อมหนักที่สุดในชีวิตมาแล้ว แล้วเรารู้ว่าในวิธีการฝึกซ้อมนั้น สมัยเด็กเราอาจจะร่างกายแข็งแรง  มีกล้ามเนื้อที่ทนกับการฝึกซ้อมอย่างหนักได้ เพราะกล้ามเนื้อวัยรุ่นกับกล้ามเนื้อคนที่อายุมากจะไม่เหมือนกัน เราผ่านจุดนั้นมาแล้ว จนมีทักษะคงที่ มีร่างกายที่สมบูรณ์ มีประสบการณ์ที่ดีพอแล้ว เราก็รู้วิธีการต่างๆ  แล้วว่าต้องทำยังไงจึงจะเซฟตัวเองให้เล่นได้นานที่สุด ทำยังไงให้กล้ามเนื้อเราไม่บาดเจ็บทำยังไงถึงจะสามารถลงเล่นได้ตลอด และเวลาแข่งแล้วยังรักษาคุณภาพไว้ได้  ซึ่งเขาเรียกเทคนิคขั้นสูงค่ะ (ยิ้ม)

 

“ไม่มีความฝันใดสำเร็จได้…
ถ้าไม่ลงมือทำ”

 

นุชเชื่อในเรื่องนี้จริง ๆ คือ “ไม่มีความฝันใดสำเร็จได้ ถ้าไม่ลงมือทำ” นุชก็เลยลงมือทำตลอด  เพราะชีวิตนุชตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ไม่เคยขีดเส้นว่านุชจะต้องไปทางไหนคือให้เราลงมือทำเลย แล้วเราจะรู้เองว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นยังไง จะมีผลกระทบแบบไหน ให้เลือกทำเลย อย่างในการเล่นวอลย์บอลนุชเป็นตัวเซต และเป็นตัวเซตมาตั้งแต่เริ่มแรกและอยู่ในตำแหน่งนี้เรื่อยมา  แต่ละช่วงเวลาของชีวิตนุชก็มีความฝันตลอดว่าจะไปถึงจุดนี้   ต้องไปถึงเป้าหมายในการเป็นตัวเซตให้ได้

 

ความเพียรคือตัวอย่างสร้างแรงบันดาลใจ

ถ้าพูดถึงสิ่งใดในตัวนุชที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้นุชมองว่าเป็นความเพียรพยายามของตัวเองค่ะ ตอนนั้นถ้าเราปล่อยให้คำว่าขี้เกียจ  รักสบาย หรืออะไรก็แล้วแต่มานำชีวิตเรา และถ้าเราไม่มีความเพียรพยายามมากพอ เราจะไม่มีทางมาถึงจุดนี้ได้เลย

 


จำฝังใจ…ในคำ “โค้ช” สอน

โค้ชอ๊อต (เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร) เคยพูดไว้คำหนึ่งคือ…พวกเราก็เหมือนขอนไม้ ถ้าลอยไปเรื่อยๆ ก็จะออกไปสู่ทะเลกว้างใหญ่ได้  แต่ถ้าเราไปไม่ไหว หมดแรง ไม่ยอมสู้ต่อ เราก็จะติดอยู่แค่ขอบฝั่งเท่านั้น นุชก็เลยนึกเสมอว่าพวกเรานักวอลเลย์บอลทั้งทีมคงเป็นเหมือนที่โค้ชอ๊อตพูด ดังนั้น เราต้องสู้ไปด้วยกัน


 

ขอบคุณภาพจาก https://i.ytimg.com/ และ http://www.sportringside.com/

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

SASITORN

วนเวียนอยู่กับงานสิ่งพิมพ์และนิตยสารมานานเกินกว่าจะนับด้วยสองมือ เข้าเล่มนั้นออกเล่มนี้ มีแว่บไปทำเว็บฯ บ้าง ทำพ็อกเก็ตบุ๊กก็เคย แต่สุดท้ายมาปักหมุดเป็นฟรีแลนซ์ทำคอนเทนต์ป้อนมันทุกสื่อ เพราะค้นพบแล้วว่างานไม่ประจำนี่แหละที่ทำให้ชีวิตดี๊ดี