Home / Youinspire / สุดยอดนักเรียน(รู้) โรงเรียนงานประจำ

Back

สุดยอดนักเรียน(รู้) โรงเรียนงานประจำ

1 month ago

ในยุคที่ใคร ๆ ก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
ยังมีคนที่มีความสุขในการทำงานประจำ เพราะเขามองว่า การทำงานประจำ ก็เหมือนกับการเขาจ้างเราให้ไปเรียนรู้ !
เพราะนอกจากจะได้ความมั่นคงจากเงินเดือนแล้ว เรายังได้ความรู้ และประสบการณ์อีกนับไม่ถ้วน นอกเหนือจากนั้นเวลาว่างจากงานเรายังเอาเวลาไปทำสิ่งที่เราชอบได้อีกด้วย

 

แนะนำตัวนิดนึงค่ะ เป็นใคร ทำอะไรอยู่บ้างคะ ?

“สวัสดีครับ ‘เธมส์’ นะครับ ‘เธมส์นที สุวรรณพลาย’ ส่วนทำอะไรอยู่บ้างนี่ขอคิดก่อนนะครับ จริง ๆ ทำหลายอย่างมาก ฮ่าๆๆ แต่เธมส์จะแบ่งเป็น 2 หมวดหลัก ๆ แล้วกันครับ

หมวดแรกคือ งานประจำในตำแหน่งหัวหน้าทีมวิศวกรที่ดูแลด้านการวางกลยุทธ์สินค้าทั้งหมดของบริษัท

หมวดที่สองคือ งานด้านการแบ่งปันวิธีคิดในการพัฒนาตัวเองและแรงบันดาลใจผ่านสื่อต่างๆครับ มีเพจชื่อ THINKต่าง by เธมส์ เขียนหนังสือขายดีออกมาก่อนหน้านี้ชื่อ THINKต่าง เหมือนกัน เขียนบทความให้ UNLOCKMEN แล้วก็เพิ่งมาเริ่มลองวาดรูปครับ เร็ว ๆ นี้คงได้เห็นผลงานในสื่อต่าง ๆ บ้างครับ”

 

ทำหลายอย่างมาก ขอคำจำกัดความของสิ่งที่ทำอยู่หน่อยค่ะ ?

“ยากเหมือนกันนะที่จะหาคำจำกัดความที่บ่งบอกแบบชัด ๆ ได้ เมื่อก่อนเธมส์เคยนิยามตัวเองตามอาชีพนะ ยกตัวอย่างเช่น เริ่มทำงานเป็นวิศวกรใช่ไหม ก็นี่ไงคำนิยาม เธมส์เป็นวิศวกร

แต่เธมส์ได้เรียนรู้ว่า การนิยามตัวเองตามอาชีพเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพเช่น ถ้าเราบอกว่า เราเป็นวิศวกร เราก็จะสนใจแต่อะไรที่เป็นด้านวิศวกร

ถ้าเราไปคุยงานกับทีมงานการตลาด ทีมงานจัดซื้อ อะไรที่เขาพูดมาเราก็จะบอกว่าเรื่องของเขา เราไม่สนใจ เท่ากับว่าวิธีที่คำจำกัดทำงานกับสมองของเราคือ การจำกัดกรอบความรู้ ความสามารถที่เป็นไปได้ของตัวเอง’

ดังนั้นถ้าให้เธมส์นิยามงานหรืออาชีพที่ทำทั้งหมดเข้าด้วยกัน เธมส์คงจะให้คำจำกัดความกับตัวเองว่า ‘นักเรียนรู้’ ครับ”

 

จุดเร่ิมต้นของงานประจำ ?

“งานประจำตอนนี้เข้าปีที่ 7 แล้วครับ เธมส์จบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่ไม่อยากทำงานด้านวิศวกรรมเลยครับ เราไม่ชอบด้านนี้ เรียนเพราะที่บ้านอยากให้เรียนครับ 555 เลยตั้งใจไปสมัครงานที่มันไม่ได้เป็นวิศวกรจ๋า

ตำแหน่งตอนแรกคือ วิศวกรการตลาด (Marketing engineer) ครับ ทำหน้าที่ดูแลด้านกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าและกำหนดกลยุทธ์การตลาดเฉพาะกลุ่มครับ หลังจากทำมา 3 ปีก็ย้ายไปดูด้านพัฒนาธุรกิจ (Business Development) ดูภาพกว้างมากขึ้น ดูทั้งกลยุทธ์ระยะสั้นและยาวมากขึ้น ก่อนจะได้โปรโมทมาเป็นหัวหน้าทีมที่ดูแลกลยุทธ์สินค้าทั้งหมดตอนปีที่ 6 ครับ เป็นงานที่เราสนุกกับมันมากเลย”

 

ทำงานประจำอยู่ดี ๆ ทำไมถึงมาเปิดเพจให้แรงบันดาลใจคะ ?

“การแบ่งปันแรงบันดาลใจเริ่มมาได้ซัก 3 ปีครับ ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกนะว่าตัวเองรักที่จะทำอะไร เราเลยไปลองทำอะไรหลาย ๆอย่างมั่ว ๆ ซั่ว ๆ ดู เช่น ขายของออนไลน์ ออกแบบลายเสื้อยืด ทำเว็บไซต์ ขนาดธุรกิจเครือข่ายยังเคยไปทำมาแล้วเลย ปรากฎว่าไม่ตอบโจทย์เลยครับ

สุดท้ายทนไม่ไหว ไปเขียนระบายความอัดอั้นแบบมีสาระไว้ในเฟซบุ๊ก กลายเป็นว่าโพสต์นั้นเป็นโพสต์ที่ช่วยสร้างพลังงานดีๆให้กับเพื่อน ๆ ได้มากมาย เรามีความสุขมากเลยนะ ไม่กี่วันถัดมาเราเลยตัดสินใจว่า จะลองทำเพจดู จุดเริ่มต้นมันดูตลก ๆ และไม่น่าเชื่อเหมือนกัน แต่พอได้ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง เธมส์ก็หยุดทำมันไม่ได้อีกเลย”

 

เป็นนักวางกลยุทธ์อยู่แล้ว แบบนี้มีวางเป้าหมายในอนาคตไว้ว่าอย่างไรบ้างคะ ?

“ในฐานะที่ตัวเองเป็นนักกลยุทธ์ เธมส์ได้เรียนรู้ว่าเป้าหมายระยะสั้นที่ดีต้องถูกตัดและซอยย่อยออกมาจากเป้าหมายระยะยาวเสมอ เพราะถ้าเราทำเป้าหมายระยะสั้นสำเร็จ มันจะส่งผลต่อเป้าหมายระยะยาวด้วย มันจะเกื้อหนุนกัน ดังนั้นเราต้องคิดถึงเป้าหมายระยะยาวก่อน แล้วค่อยคิดถึงเป้าหมายระยะสั้นก่อนเสมอครับ ถ้าเป็นไปได้

เป้าหมายระยะยาวของเธมส์คือ เราอยากเป็นคนที่สร้างคุณค่าดี ๆ สร้างพลังงานดี ๆ ให้กับผู้คนได้มากขึ้น เรารู้สึกว่ามันทำให้ผู้คนดีขึ้น เราก็มีความสุขด้วย ส่วนรูปแบบมันจะออกมาในรูปแบบไหนก็ได้ตราบใดที่มันยังทำให้เราสร้างคุณค่าแบบนั้นได้มากขึ้น นักธุรกิจหรอ ? นักพูดหรอ ? นักเขียนหรอ ? เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละครับ

 

เมื่อเป้าหมายระยะยาวคือ การสร้างคุณค่าให้กับผู้คน เราพบว่ามันมีเครื่องมือมากมายที่ทำให้เกิดผลแบบนั้นได้ ดังนั้นสิ่งที่เธมส์ทำในเป้าหมายระยะสั้นคือเน้นการพัฒนาตัวเองเพื่อให้สามารถสร้างคุณค่าแบบนั้นได้มากขึ้น

ในโรงเรียนพัฒนาตัวเองที่ชื่อว่า งานประจำ เธมส์จะตั้ง theme การพัฒนาตัวเองใหม่ทุก ๆ ปี อย่างปีนี้ เราตั้ง theme ว่า Strategic leader หมายความว่าเราต้องเรียนรู้ที่จะเป็นผู้นำที่ดี มีวิธีคิด สามารถให้ทิศทาง และแก้ปัญหาให้กับทุกคนอย่างเป็นกลยุทธ์ได้

ในงานถ่ายทอดแรงบันดาลใจ เธมส์ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องออกหนังสือใหม่กับสำนักพิมพ์ในฝันเพื่อจะส่งต่อวิธีคิดดี ๆ ให้ได้มากขึ้น เป็นต้นครับ”

 


TIPS : หลายคนยังไม่รู้ว่าเป้าหมายระยะยาวของตัวเองคืออะไร เลยกำหนดทิศทางชีวิตไม่ถูก ไม่เป็นไรนะครับ ให้เริ่มจากการทำสิ่งที่มีให้ดีที่สุด  และแบ่งเวลาไปทำอะไรใหม่ ๆ  ที่รู้สึกว่าน่าสนใจอยู่เสมอ มันอาจทำให้เราค้นพบประตูบานใหม่ในบ้านเดิม ๆ  กระทั่งประตูใหม่ ๆ ในที่ใหม่ ๆ ไปเลยก็ได้ครับ


 พลังงานล้นเหลือขนาดนี้ มีอะไรเป็นแรงบันดาลใจคะ ?

“ถ้าพูดถึงสิ่งที่ทำให้มีแรงบันดาลใจในทุก ๆ วัน มันก็มีอยู่ทุกที่นะ เราตื่นขึ้นมานั่งจิบกาแฟตอนเช้าเห็นนกตัวเล็ก ๆไปคาบเศษกิ่งไม้บางๆมาค่อยๆสานเป็นรัง นี่ก็แรงบันดาลใจ ระหว่างก้าวเดินมองเห็นต้นหญ้าที่พยายามแทรกตัวขึ้นมาจากแผ่นคอนกรีตข้างทาง นี่ก็แรงบันดาลใจ อยู่ที่ว่าเรามองเห็นอะไรในสิ่งรอบตัวครับ

แต่ถ้าพูดถึงสิ่งที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจครั้งใหญ่ คงต้องพูดถึงหนังสือชีวประวัติของผู้ชายที่ชื่อ Steve Jobs by Walter Issacson ครับ มันเปลี่ยนวิธีที่เธมส์มองโลกเลยทีเดียว

จากเดิมที่เคยคิดว่าเราต้องทำอะไรเหมือนคนอื่นนะ ทำตามระบบ ข้อแนะนำ หรือตามกฎเสมอนะ กลายเป็นว่า มันไม่ใช่เลย เราสามารถคิดแตกต่างได้ ตราบใดที่มันทำให้เกิดผลลัพธ์ในทางที่ดี เราไม่จำเป็นต้องทำตามระบบ ตามมาตรฐาน เพราะเราสามารถเปลี่ยนแปลงมันให้ดีขึ้นได้
เราปรับปรุงมันได้เสมอครับ”

 

มองโลกในแง่บวกมาก ๆ ที่ผ่านมาเคยเจออุปสรรคบ้างไหม ?

ฮ่าๆๆ อุปสรรคหรอ เยอะนะ! เอาเป็นเรื่องเบสิก ๆ แบบไม่ดราม่าแล้วกันครับ ก็คงเป็นเรื่องที่ต้องเข้าไปเรียนเลขกับฟิสิกส์ซึ่งเป็นวิชาที่เกลียดมาก ๆ ในมหาวิทยาลัย จำได้ว่าสอบฟิสิกส์ตัวแรกได้คะแนน 20 จาก 120 ครับ ตอนทำงานก็ยังเข้าไปทำงานด้านการตลาดซึ่งไม่เคยมีความรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย หัวโล่งมาก เขาคุยอะไรกันฟังไม่รู้เรื่อง อยากจะร้องไห้

 

ข้ามผ่านอุปสรรคเหล่านั้นมาได้อย่างไร ?

“เธมส์เชื่อในความพยายามมากกว่าความเก่งนะ คนที่เก่งอยู่แล้วแต่ไม่พยายามก็จะไม่เก่งขึ้น แต่คนห่วย ๆ ที่โคตรพยายาม เดี๋ยวมันจะเก่งขึ้นเรื่อย ๆ โดยส่วนตัวเธมส์เป็นคนไม่เก่งเลยครับ พอรู้ว่าตัวเองไม่เก่ง เลยต้องพยายามมากกว่าคนอื่นหลายเท่าครับ

ยกตัวอย่างง่าย ๆ ที่ทำไม่ง่ายเลย อย่างตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็ได้ครับ เธมส์จบปี 1 ด้วยเกรด 2.5
เรารู้สึกว่าเราไม่โอเคเลยว่ะ เราเลยถามตัวเองว่าถ้าอยากให้มันดีกว่านี้ เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองยังไง สิ่งที่ได้ออกมาคือ ไม่เก่งใช่ไหม ก็ต้องอ่านหนังสือ ทำโจทย์ตั้งใจให้มากกว่าคนอื่น คนอื่นเขาอ่านหนังสือกัน 1-2 อาทิตย์ก่อนสอบเขาอาจจะทำข้อสอบได้ แต่เราไม่ได้ไง เราเลยเริ่มอ่านหนังสือและทำโจทย์ก่อนเป็นเดือนๆเลย ผลคือเราจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 ใครเห็นเกรดจบของเราคิดว่าฉลาด หัวดี ความจริงไม่ใช่ เราแค่พยายามมากกว่าคนอื่น

ส่วนตอนทำงานช่วงแรก ๆ เราก็ไปหา Text book การตลาดมาอ่าน แอบเอาเอกสารหัวหน้า รวมถึงรายงานของคนเก่งๆกลับบ้านไปทำความเข้าใจ คนอื่นคิดว่าเราเป็นวิศวกรที่เรียนรู้ด้านการตลาดได้ไว ความจริงก็ไม่ใช่เช่นกัน เราพยายามอย่างหนักจริง ๆ”

เล่าความภาคภูมิใจหน่อยค่ะ ?

“จริง ๆ อะไรที่มันยาก แต่เราลงมือทำอย่างเต็มที่ เธมส์ก็ภูมิใจทั้งนั้นนะ ทำงานใหญ่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในบริษัทได้ก็ภูมิใจ ขึ้นพูดบนเวทีแนะนำสินค้าใหม่ให้ผู้แทนจำหน่ายได้ก็ภูมิใจ ได้กลับไปพูดให้กับมหาวิทยาลัยที่ตัวเองจบมาก็ภูมิใจ แต่ถ้าถามว่าอะไรคือที่สุดในชีวิตตอนนี้ คงเป็นการได้ช่วยแบ่งปันวิธีคิดดี ๆ แรงบันดาลใจดี ๆให้กับผู้คนนั่นแหละครับ หลายๆครั้งมีคนที่ Inbox เข้ามาหาเราในเพจ ขอคำปรึกษา คำแนะนำ เราก็พยายามช่วยอย่างเต็มที่

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธมส์เห็น comment ในเพจ THINKต่าง ของตัวเองประมาณว่า ขอบคุณโพสต์นี้ที่ช่วยให้เขายังยั้งความพยายามในการจบชีวิตของเขาไว้ มันทำให้เราสะดุ้ง เราไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เราทำมีค่าต่อใครบางคนมากแค่ไหน ดีใจมากที่ตัวเองเขียนโพสต์วันนั้นลงไป ดีใจจริง ๆ”

 

สุดท้ายที่เธมส์อยากฝากไว้

“อย่าจำกัดความสามารถของตัวเองจากสิ่งที่เรียนมาในอดีต
หรือสิ่งที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน
เธมส์เชื่อว่าคนเราทำอะไรได้ดีมากกว่าหนึ่งอย่างเสมอ
อยากลองทำอะไร ไปลองครับ
ข้อจำกัดเดียวที่มีอยู่ที่วิธีคิดของตัวเราเอง…
จงเป็นนักเรียนรู้ อย่าหยุดนิ่งครับ”  

Share this item