Home / Youinspire / ทุกการตัดสินใจ เริ่มต้นจากสิ่งที่เราทำแล้วจะสบายใจ

Back

ทุกการตัดสินใจ เริ่มต้นจากสิ่งที่เราทำแล้วจะสบายใจ

3 months ago

สาวสวยคนนี้ ปัจจุบันเป็นวิทยากรและทำ Blog สอนตกแต่งอาหาร จุดเด่นของเธอคือการตัดสินใจจากความสุข ไปรู้จักเธอผ่านบทสัมภาษณ์นี้กันค่ะ

เป็นไรทำอะไรอยู่บ้าง ?
“หลัก ๆ ตอนนี้สอนทำเบเกอรี่ สอนตกแต่งอาหารหน้าตาน่ารัก สอนทำข้าวกล่องด้วยค่ะ เราเน้นความงามของอาหาร เน้นการเพิ่มมูลค่าให้ กับสินค้า รวม ๆ ตอนนี้ก็ทำมา ได้ 3 ปีแล้วค่ะ”


เริ่มต้นอย่างไรคะ ?

“เริ่มจากเรียนครุศาสตร์ จุฬาฯ สาขาประถมวัย ตอนฝึกงานก็จะพบปัญหาเด็กทานอาหารยาก ทานอาหารช้า ซึ่งเด็กที่ตัวเล็กส่วนใหญ่จะมีพัฒนาการที่ช้าไปด้วย เพราะสังคมจะเลือกดูแลเขาแบบน้องเล็กเสมอ
จึงมานั่งคิดว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรได้บ้าง ก็ลองทำข้าวแบบน่ารัก ๆ ปรากฎว่าเด็กทานอาหารได้มากขึ้น เด็กไปเล่าให้ที่บ้านฟังว่าวันนี้มีตัวอะไรบ้าง เขามีความสุขกับอาหาร คุณพ่อคุณแม่นักเรียนก็มาขอเคล็ดลับจากเรา นอกจากนั้นเราถ่ายลงอินสตาแกรมด้วย คนมาติดตามเยอะมาก ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้เราหันมาสนใจด้านนี้ค่ะ”

อะไรที่ทำให้ตัดสินใจ ไม่ไปต่อกับสายครุคะ ?
ต้องเล่าให้ฟังว่าเราเป็นคนที่เลือกอะไรจากความสบายใจก่อน อย่างการเลือกเรียนครูประถมวัย ก็เพราะว่าอยากทำงานร่วมกับเด็กมันสบายใจดีค่ะ เนื่องจากเราเป็นคนที่คิดมากชอบกดดันตัวเองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และการเป็นครูมันต้องเข้าไปอยู่ในระบบ ซึ่งเราไม่อยากทำงานที่เราจะต้องเครียดเข้าไปอีก เลยพยายามหาอาชีพที่จะทำให้เรามีความสุขได้ด้วยค่ะ

บวกกับความชอบด้านอาหารหน้าตาน่ารัก ๆ ระหว่างที่ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร เราก็ต้องนำเสนอสิ่งเราสนใจไปด้วยค่ะ อย่างเช่น เห็นโดนัทขายอันละบาท ก็มาลองตกแต่งในแบบของเราแล้วแชร์ลงเพจเป็นไอเดียให้คนอื่นได้นำไปต่อยอด ของจากขายได้ 1 บาท เราสามารถขายได้ในราคา 15 บาทได้จริง ในขณะที่ต้นทุนยังเท่าเดิม เพียงใส่ศิลปะเพิ่มลงไป

ซึ่งพอเราทำไปเรื่อย ๆ คนก็เริ่มรู้จักเรามากขึ้น เริ่มชวนเราไปสอนในที่ต่าง ๆ ก็ทำให้เราเจอตรงกลางระหว่างสิ่งท่ี่ชอบและมันก็ทำเงินได้ค่ะ”

คิดว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจสำคัญคะ ?
“น่าจะเป็นครอบครัวค่ะ สมัยก่อนที่บ้านมิ้นเปิดร้านอาหาร คุณพ่อก็จะวาดเมนูเอง คุณแม่ทำกับข้าว เราก็ได้ซึมซับมาจากตรงนั้น บวกกับความที่เราเป็นคนที่ชอบจินตนาการอยู่แล้ว เวลาเราเห็นไรที่น่าสนใจก็มาคิดต่อยอดว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง”

อุปสรรคที่ผ่านมา ?
“มันคือความรู้สึกกดดันตัวเอง เราคิดว่าเราอยู่จุดที่หนึ่งแล้ว สองแล้ว จะต้องไปสาม สี่ มีเหตุการณ์ตอนช่วงเริ่มต้นเลยค่ะ เปิดสอนคลาสแรก ไป 3 วัน นั่งรอ เห็นคลาสคนอื่นเขาขายได้ แต่เราไม่มีแม้คนเดียวมานั่งเรียน กลับบ้านไปก็นั่งคิดหรือว่าจะไม่มาทางนี้แล้วดีนะ
โดยส่วนตัวมิ้นมีความเชื่อว่าทุกคนมีดีในตัวเอง ซึ่ง ณ ตอนนั้นเราคิดว่ามันดีแล้ว แต่พอเปิดคลาสปุ้บ มันไม่เป็นแบบที่เราคิด อันนี้ก็เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เวลาเราจะตัดสินใจอะไรใหม่ ๆ แล้วกลายเป็นไม่กล้าไปเลย”

แล้วทำอย่างไรต่อ?
“คือพอมาทบทวนแล้วพบว่าสิ่งที่ทำอยู่มันคือความชอบของเรา จึงเลือกที่จะหันไปมองข้อดีของมันมากกว่า ณ ตอนนั้น ต่อให้เราไม่ได้ไปเปิดสอน เราก็ยังมีอะไรทำของเราอยู่แล้ว และบอกตัวเองว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาจะพาให้เราไปอยู่ในที่ ๆ ดีที่สุดเสมอ อย่างน้อยจุดที่อยู่ตรงนี้คือจุดที่เราแฮปปี้ อย่างไรก็ตามก็ทำให้รู้สึกว่าเราต้องห้ามหยุดพัฒนาตัวเอง”

ลองเล่าความภาคภูมิใจให้ฟังหน่อยค่ะ ?
“คงเป็นตอนที่นักเรียน หรือคนที่ดูคลิปของเรา ไปลองทำตามแล้วมันได้ผล เวลาที่เขาทักมากบอกเราว่าร้านเขาขายได้ อันนี้ขายดีมาก หลาย ๆ คนก็เปลี่ยนจากที่เคยทำเป็นงานอดิเรกมาทำเป็นอาชีพหลักเลยก็มีค่ะ”

สิ่งที่อยากฝากถึงคนที่เข้ามาอ่าน ?
“มิ้นเชื่อว่าคนทุกคนมีความพิเศษในตัวเอง อยากให้หามันให้เจอ และพยายามให้มันเปล่งประกายออกมา มันอาจจะไม่ต้องสร้างรายได้ให้เราก็ได้ แต่อย่างน้อยมันจะทำให้เรามีความสุข มิ้นคิดว่ามันมีช่องทาง ซึ่งมันเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องหามันให้เจอค่ะ”

เราหวังว่าเรื่องราวของเธอจะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนพยายามหาความพิเศษของตัวเองให้เจอ และถ้ามันสามารถทำเงินได้ คุณจะเป็นอีกคนที่มีความสุขในวัน

#you2morrow #mintfoodstyle

Share this item