Home / Youinspire / 20 วิธี เพิ่มประสิทธิภาพงาน  ที่มนุษย์เงินเดือนต้องอ่าน!

Back

20 วิธี เพิ่มประสิทธิภาพงาน  ที่มนุษย์เงินเดือนต้องอ่าน!

1 month ago

การพัฒนาตนเองและความก้าวหน้าของหน้าที่การงาน จะช่วยขจัดความคิดแง่ลบที่จะทำให้เราก้าวถอยหลัง

เพราะสำหรับคนทำงานประจำหรือมนุษย์เงินเดือนโดยทั่วไปแล้ว เรามักจะอยู่เฉยๆ เฝ้ารอการประเมินผลงานประจำปีเพื่อดูว่ามีสิ่งใดบ้างที่เรายังต้องพัฒนาปรับปรุง ทั้งที่ในความจริงคุณควรที่จะสร้างความรับผิดชอบให้ตัวเองในการพัฒนาทักษะต่างๆ ที่จำเป็น และเรียนรู้อย่างต่อเนื่องด้วยการตั้งเป้าหมายและคอยตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ  การเรียนรู้จะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี เสริมสร้างความมั่นใจ และก่อให้เกิดการพัฒนาตนเอง นอกเหนือจากนี้ยังมีอิทธิพลทำให้เราใช้ชีวิตในแง่บวกอีกด้วย

ต่อไปนี้คือ 20 วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณควบคุม พัฒนา สร้างชื่อเสียงและผลงานของคุณเมื่ออยู่ในที่ทำงาน และจะช่วยเสริมสร้างทักษะขั้นสูง รวมถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงานอีกด้วย

 

1. วางแผนและจัดสำดับความสำคัญ

จัดตารางสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน และพยายามลงมือทำให้ได้ตามที่วางแผนไว้ จัดลำดับความสำคัญของงาน 3-4 อย่างที่จำเป็นจะต้องทำให้เสร็จ และต้องแน่ใจว่างานของคุณเป็นสิ่งที่สามารถจัดการได้ มีคุณค่า และมีประโยชน์ต่อบริษัท

 

2. เลิกทำงานหลายอย่างพร้อม ๆ กัน

ความรู้สึกผิดเป็นสิ่งที่ต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้  เชื่อว่าหลายคนเคยรู้สึกดีที่ตัวเองสามารถทำหลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน  ทั้งรับโทรศัพท์ ตอบอีเมล์ และเตรียมโปรเจ็กต์ไปพร้อมๆ กันได้   แต่ในความจริงแล้ว งานที่เสร็จออกมากลับมีคุณภาพแค่พอรับได้เท่านั้น การทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน จะส่งผลให้ไอคิว (IQ) และอีคิว (EQ) ของคุณต่ำลง ทำให้คุณทำงานช้าลง เพิ่มความเครียด และยังทำให้มีโอกาสทำงานพลาดมากขึ้นด้วย ทางที่ดีคุณควรโฟกัสกับงานทีละอย่างมากกว่า

 

3. หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะมาเบี่ยงเบนความสนใจ

รู้หรือไม่ว่าการมีสมาธิเป็นพื้นฐานสำคัญที่ก่อให้เกินประสิทธิภาพการทำงาน สมองของเราจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเรามีสมาธิกับงานทีละอย่าง คุณต้องฝึกที่จะมีสมาธิและมุ่งมั่นที่จะทำงานให้เสร็จทีละอย่างก่อนที่จะเปลี่ยนไปทำงานต่อไป

 

4. จัดการกับสิ่งที่เข้ามาขัดจังหวะให้ดี

จริงๆ แล้วมันง่ายมากที่จะทำให้ปริมาณของสิ่งที่เข้ามาขัดจังหวะในแต่ละวันน้อยลง การขัดจังหวะสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกรูปแบบ ตั้งแต่เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ครอบครัว และอื่นๆ วิธีการที่ดีในการจัดการสิ่งเหล่านี้ก็คือ ให้คุณมีกระดาษโพสต์อิทอยู่ใกล้ๆ ตัว แล้วเขียนชื่อของคนที่มีโอกาสจะเข้ามาขัดจังหวะคุณในแต่ละวัน ครั้งต่อไปเมื่อพวกเขาเข้ามาถามว่า “คุณมีเวลาสักนาทีไหม” ให้คุณตอบตกลง แล้วจดสิ่งที่พวกเขาต้องการลงบนกระดาษโน้ตใบนั้นให้ครบถ้วน ลองนึกภาพดูว่าคุณจะสามารถประหยัดเวลาได้มากแค่ไหนถ้าหากว่าคุณจะพูดคุยกับคนที่เข้ามาขอคำปรึกษา 3-4 เรื่องในหนึ่งครึ่ง แทนที่จะเป็น 3-4 ครั้งต่อวันในเรื่องๆ เดียว

 

5. เป็นคนจบงานอย่างสวยงาม

พวกเราส่วนใหญ่ต่างก็เป็นผู้เริ่มต้นงานที่ดี แต่กลับพรากการจบงานลงอย่างสวยงาม ลองนึกดูว่าคุณเริ่มต้นลงมือสิ่งใหม่ๆมาแล้วกี่ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นโปรเจ็กต์ ความตั้งใจหลังปีใหม่   แล้วสุดท้ายก็จบลงด้วยการจดมันลงในรายการสิ่งที่ต้องทำเท่านั้น ต่อไปนี้ให้คุณบันทึกโปรเจ็กต์ที่คุณลงมือทำจนสำเร็จ แล้วหมั่นระลึกถึงมัน เพื่อให้เห็นภาพความพยายาม ความทุ่มเท และความสำเร็จของคุณ

 

6. กำหนดหน่วยวัดความสำเร็จเป็นระยะๆ

เส้นทางที่ต้องก้าวเดินสำหรับโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่อาจจะดูโหดร้ายและยาวไกล อย่ายอมให้มันหยุดยั้งคุณจากการแวะชื่นชมความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างทาง สำหรับโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ ให้คุณแบ่งสิ่งที่ต้องทำออกเป็นส่วนเล็กๆ แล้วตั้งหน่วยวัดความสำเร็จของตัวคุณเองเพื่อให้คุณมีสิ่งยึดเหนี่ยวและมีกำลังใจในการทำงาน เฝ้าดูและบันทึกความก้าวหน้าอยู่เสมอ ให้รางวัลตัวเอง และบอกเล่ากับทีมของคุณว่าคุณได้เดินทางมาไกลแค่ไหนแล้ว

 

7. เอาใจเขามาใส่ใจเรา

พยายามเข้าใจหัวหน้างานของคุณ ลองนึกถึงภาพใหญ่และเป้าหมายของงานจากมุมมองของพวกเขาบ้าง หนึ่งในกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดก็คือการค้นหาว่าอะไรคือความใฝ่ฝันสูงสุดของพวกเขา ลองตั้งคำถามเช่น “อะไรที่คุณมองหาจากตัวลูกน้องของคุณ” หรือ “ทักษะอะไรบ้างที่จะช่วให้คุณประสบความสำเร็จในตำแหน่งนั้นๆ”

 

8. มองหา+เป็นที่ปรึกษาเสียเอง

พัฒนาทักษะของคุณด้วยการส่งเสริมจากที่ปรึกษา เพราะว่าพวกเขาจะสามารถให้มุมมอง วิสัยทัศน์ และเรื่องราวใหม่ๆ แก่คุณได้ การทำงานโดยมีคนคอยให้คำแนะนำจะช่วยให้คุณพัฒนาความคิดและเป็นบ่อเกิดของการพัฒนาไอเดียที่เกี่ยวข้องกับทักษะและพรสวรรค์ของคุณ และอย่าลืมว่าคุณเองก็สามารถเรียนรู้ได้จากการให้คำแนะนำแก่คนอื่นเช่นกัน นอกจากนี้ มันยังจะช่วยส่งเสริมการเติบโตในหน้าที่การงานและทำให้คุณกลายเป็นสมบัติล้ำค่าของบริษัทอีกด้วย

 

9. ฟังอย่างตั้งใจ

การฟังมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ลองค่อยๆ คิดดูว่าปกติแล้วคุณมีวิธีการฟังคนอื่นอย่างไร คุณขัดจังหวะระหว่างที่คนอื่นกำลังพูดอยู่บ้างไหม ทักษะการฟังที่ดีจะนำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้นโดยมีข้อผิดพลาดน้อยลง การเติบโตอย่างก้าวกระโดด และความพึงพอใจจากลูกค้าที่สูงขึ้นด้วย

 

10. ทำทุกอย่างด้วยความชัดเจน

ความชัดเจนจะนำมาซึ่งความมั่นใจ อย่ากลัวที่จะถามถ้าหากคุณไม่แน่ใจ 100% กับหน้าที่รับผิดชอบของตัวเอง จัดเวลาทุกๆ ไตรมาสเพื่อทบทวนเป้าหมายของบริษัท ดูว่าหน้าที่รับผิดชอบของคุณมีส่วนช่วยบริษัทอย่างไรบ้าง และมีวิธีการใดที่คุณสามารถร่วมมือกับทีมของคุณเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นๆ

 

11. ค้นคว้า

สละเวลาเพื่อศึกษาค้นคว้าบ้าง ไม่ต้องหาเวลาจากไหนไกล เพียงแต่คุณทำงานให้เสร็จทีละอย่างก่อนที่จะเริ่มลงมือกับงานต่อไป คุณจะมีเวลาเตรียมตัวและวางแผนกลยุทธ์รวมถึงวิธีการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์แต่ละข้อได้ดีขึ้น

 

12. เขียนจดหมายถึงตัวเองในอนาคต

คุณมองตัวเองในอีก 1 ปี 3 ปี หรือ 5 ปีข้างหน้าไว้อย่างไร อะไรที่จะยังคงเป็นเหมือนเดิม และอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เขียนจดหมายถึงตัวเองในอนาคต แล้วลงมือทำงานอย่างหนักเพื่อให้คุณสามารถเป็นตัวเองตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้

 

13. ระบุจุดบอดของตัวเอง

จุดบอด คือสิ่งที่คุณทำไปอย่างไม่รู้ตัว และอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจในแง่ลบแบบผิดๆ ได้ ซึ่งมันอาจจะเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งและทำให้คุณไม่พัฒนาในสายอาชีพของคุณ การมองหาจุดบอดของตัวเองนั้น คุณจะต้องตรวจสอบตัวเองอย่างซื่อสัตย์ รับฟังความคิดเห็นจากคนอื่น และยอมรับที่จะเปลี่ยนแปลง เข้าหาเพื่อนร่วมงานของคุณ แล้วถามว่าพวกเขามองคุณเป็นอย่างไรบ้าง คุณอาจค้นพบพฤติกรรมบางอย่างที่ขัดขวางความสำเร็จของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัวก็ได้ จงมองความคิดเห็นจากคนอื่นเป็นสมบัติล้ำค่าแทนที่จะมองว่าเป็นการตัดสิน และใช้สมบัตินี้ในการปรับปรุงตัวเองเพื่อให้สามารถเป็นคุณในแบบที่ตัวเองต้องการ

 

14. ทำทุกอย่างให้ง่ายเข้าไว้

บ่อยครั้งที่เราทำทุกอย่างด้วยวิธีการเดิมๆ แม้ว่ามันจะซับซ้อนและยุ่งยาก เพียงเพราะว่า “นี่เป็นวิธีการที่เราทำมาตลอด” ลองหาวิธีการที่ง่ายกว่าเดิมในการทำสิ่งต่างๆ ในแต่ละสัปดาห์ เช่น ขั้นตอนหรือระบบที่ยุ่งยาก ออฟฟิศที่ไร้ระเบียบ งานเล็กๆ น้อยๆ ประจำวัน หรืออีเมล์ ประสิทธิภาพในการทำงานของคุณจะเพิ่มขึ้นถ้าคุณพยายามทำให้งานทุกอย่างง่ายลง

 

15. ตั้งคำถามอยู่เสมอ

ท้าทายตัวเองอยู่เสมอด้วยการตั้งำถาม เช่น “มีวิธีการอื่นอีกไหมที่จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพให้ได้ผลลัพธ์ไม่ต่างกัน” ระดมสมองเพื่อพิจารณาว่าตัวคุณเองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากเท่าที่เป็นไปได้แล้วหรือไม่ จงเชื่ออยู่เสมอว่าทุกอย่างสามารถพัฒนาได้

 

16. รู้ว่าคู่แข่งของคุณคือใคร

กำหนดและศึกษาจากคู่แข่งของคุณ ค้นหาให้เจอว่าสิ่งที่พวกเขาทำได้ดีคืออะไร และใช้มันเป็นโอกาสในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ให้กับบริษัทของคุณ

17. ยอมรับผู้อื่น

สนับสนุนความสามารถของผู้อื่น แสดงความชื่นชม และให้เครดิตกับผลงานของบุคคลนั้นๆ คุณจะต้องแปลกใจที่การส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจนั้นสามารถทำได้ด้วยการเอ่ยข้อความง่ายๆ เช่น “ดีมาก” ทีมของคุณจะแข็งแกร่งและเติบโตไปพร้อมๆ กัน

 

18. อ่านให้มาก

อ่านบทความเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง หรือบทความที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมของคุณอย่างน้อย 1 บทความในแต่ละวัน จดโน้ตสั้นๆ เกี่ยวกับสิ่งที่อ่านไป ว่าคุณได้เรียนรู้อะไรจากมัน และจะนำมันมาปรับใช้กับตัวเองหรือที่ทำงานได้อย่างไร บอกเล่าเรื่องราวของคุณกับคนอื่นเพื่อสร้างความเชี่ยวชาญให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง

 

19. ให้เวลาตัวเองได้พักผ่อน

การหยุดพักร้อนมีความสำคัญต่อการพัฒนาด้านการงาน หากปราศจากการหยุดพักผ่อน ความเครียดและความเหนื่อยล้าจะเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ประสิทธิภาพการทำงานของคุณจะลดลง จัดเวลาเพื่อออกจากออฟฟิศไปพักผ่อน เพิ่มพลัง และรักษาความสมดุลระหว่างหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัว

 

20. มีความอ่อนน้อมถ่อมตน

หลีกเลี่ยงการโอ้อวด และฝึกความอ่อนน้อมถ่อมตน สนับสนุนเพื่อนร่วมทีมและยอมรับทักษะอันโดดเด่นของแต่ละคน ร่วมมือกันเพื่อนำพาไปสู่ความสำเร็จ

 

ความหลงใหลถือเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ ถ้าหากคุณไม่รักสิ่งที่คุณทำ มันก็จะเป็นเรื่องยากที่จะพยายามและลงมือทำอย่างสุดความสามารถที่มี คุณต้องแน่ใจว่าคุณค่าของคุณได้รับการยอมรับและถูกสะท้อนออกมาผ่านหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัวของคุณ เพื่อที่จะได้รู้ว่าอะไรกันแน่ที่มีความหมายที่แท้จริงต่อตัวคุณเอง

 


ที่มา : www.iris.xyz โดย  Michelle Mosher

มิเชล โมเชอร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาธุกิจ การตลาด และโซเชียลมีเดียที่ไอรอนสโตน (Ironstone) ด้วยประสบการณ์กว่า 25 ปีในธุรกิจการเงิน นอกจากนี้เธอยังเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะด้านการจัดการในเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับธุรกิจการเงิน มิเชลเป็นนักการตลาดและการขายชั้นยอดในธุรกิจการเงิน และช่วยวิเคราะห์ความต้องการทางธุรกิจ หาโอกาสในการเติบโต และวางกลยุทธ์การขาย การตลาด รวมถึงโซเชียลมีเดียให้กับลูกค้ามากมาย

Share this item

ABOUT THE AUTHOR

Som-O