แบ่ง 4 บัญชี ตามแนวคิด ABCD รับรองชีวิตดี งานรุ่ง

แบ่ง 4 บัญชี ตามแนวคิด ABCD รับรองชีวิตดี งานรุ่ง

เพราะหาเงินได้เท่าไร อาจไม่สำคัญเท่ากับ ใช้ไปเท่าไร

เว็บไซต์ http://theeverygirl.com ชวนคุณมาจัดสรรบัญชีในรูปแบบ  ‘บัญชี A-B-C-D’    ซึ่งจะช่วยให้คุณมองเห็นการไหลเวียนของเงินอย่างเป็นระบบ

วางระบบ  ‘บัญชี A-B-C-D’  ตัวย่อจำง่ายๆ   บัญชี  AActivities  หรือกิจกรรมสันทนาการ  บัญชี BBills หรือค่าใช้จ่าย  บัญชี C Crisis  หรือช่วงเวลาวิกฤติ   และบัญชี D Dream  หรือความใฝ่ฝัน  

การตั้งชื่อย่อแบบนี้ นอกจากจะทำให้คุณจำได้ง่ายๆ ว่าแต่ละบัญชีมีไว้เพื่ออะไรแล้ว ยังช่วยทำให้รู้ว่า  “ควรจะใช้เงินในแต่ละบัญชีอย่างไรด้วย”

 

A = Activitiesกิจกรรมสันทนาการ

บัญชีนี้มีไว้สำหรับกิจกรรมบันเทิงต่างๆ แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับ “ความต้องการ”  ไม่ใช่ “ความจำเป็น” ไม่ว่าจะเป็นการออกไปกินข้าว ช้อปปิ้ง หรือปารตี้ยามดึกกับเพื่อนๆ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวกับกิจกรรมประเภทนี้  (ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นซ้ำเป็นรอบบิล)  จะถูกเบิกออกมาใช้จ่ายจากบัญชี  “A”  ลองหาบัตรเดบิตสักใบที่เชื่อมต่อกับบัญชี A เพื่อป้องกันความพยายามที่จะใช้เงินจากบัญชีอื่นๆ ไปกับกิจกรรมที่ไม่จำเป็น

การมีหลายบัญชีแยกกันทำให้ง่ายต่อการมองเห็นจำนวนเงินที่เหลือสำหรับกิจกรรมรื่นเริงในแต่ละเดือนได้ทันที การมีบัญชีสำหรับใช้จ่ายจะช่วยให้คุณมองเห็นและตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรจะตัดค่าใช้จ่ายส่วนไหนออกถ้าจำเป็น และถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมีความมุ่งมั่นที่จะเก็บเงินให้ได้ตามเป้าหมาย ก็อาจจะโอนเงินที่เหลือจากบัญชีนี้ในแต่ละเดือนไปยังบัญชี  “C” หรือ “D” เพื่อการออมอีกด้วย

 

B = Bills – ค่าใช้จ่าย

บัญชี  “B”  เป็นบัญชีที่เกี่ยวกับรายจ่ายทางธุรกิจต่างๆ  ควรจะกันเงินออกจากมาเป็นจำนวนเท่าๆ  กันทุกเดือนใส่ไว้ในบัญชีนี้สำหรับจ่ายบิลต่างๆ เช่น ค่าเช่า บิลมือถือ ค่างวดรถยนต์ เบี้ยประกัน และอื่นๆ  ที่จำเป็น รวมถึงการชำระหนี้ต่างๆ ด้วย จากบัญชีทั้งหมดที่มี (ถ้าจะให้ดี บัญชี B นี้ควรแยกไว้สำหรับหักรายจ่ายแบบอัตโนมัติ รวมถึงเซ็ตให้เป็นบัญชีที่ใช้สำหรับรับเงินเดือนจากบริษัทด้วย)

 

C = Crisis – ช่วงเวลาวิกฤต

บัญชี  “วิกฤติ”  คือบัญชีสำหรับออมเงินที่มีไว้สำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และบัญชีนี้ควรมีเงินเก็บเพียงพอล่วงหน้ามากกว่าเงินเดือนที่คุณได้รับ ลองหยุดดื่มลาเต้ร้อนๆ ในเช้าวันจันทร์เพื่อเก็บสะสมเงินก้อนนี้  หรือเริ่มต้นด้วยการออมเงิน 5% จากเงินเดือน และค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละ 1 เปอร์เซ็นต์  เมื่อเวลาผ่านไป  “บัญชี C”  นี้จะเป็นบัญชีสำหรับรายจ่ายที่คุณไม่คาดคิด

 

D = Dream – ความใฝ่ฝัน

บัญชีสุดท้ายเป็นบัญชีเงินออม สำหรับสิ่งที่คุณอยากจะทำสักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทริปการท่องเที่ยวพักผ่อนครั้งใหญ่ หรือความฝันที่จะมีบ้านเป็นของตัวเอง ควรเป็นเก็บเงินออมระยะยาวไว้ใน  “บัญชี D”   และจะไม่ยุ่งกับมันเลย (และนี่ไม่ใช่บัญชีที่เอาไว้ออมเงินสำหรับถอนออกมาใช้ยามที่เดือดร้อน )  ซึ่งการแยกบัญชีเงินออมสำหรับ “ช่วงเวลาวิกฤติ” และ “ความใฝ่ฝัน”  ช่วยให้คุณสามารถออมเงินได้ตามเป้าหมายระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการแบ่งส่วนเงินเพื่อการออมในละเดือนอีกด้วย หลังจากที่คุณออมเงินได้ตามเป้าหมายในบัญชีสำหรับช่วงเวลาวิกฤติแล้ว ก็สามารถจัดสรรและแบ่งมาออมในบัญชี  Dream  ได้ และสามารถมองหาดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงขึ้นจากบัญชีฝากประจำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นจะต้องถอนเงินออกมาใช้

 

เพราะการจัดสรรเงินที่ดีที่สุดหมายถึงวิธีที่สามารถใช้งานได้นานและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณ และจะดีแค่ไหนที่คุณได้ใช้ชีวิตและได้ใช้เงินอย่างคุ้มค่า

เอาล่ะ มาลองเริ่มต้นออมแบบ ABCD กันเถอะ!

 

ที่มา :  http://theeverygirl.com

บทความที่เกี่ยวข้อง
มองหาแง่งามจากการ Work from Home และสร้างระยะห่างทางสังคม

มาใช้เวลาช่วงที่ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้นให้เป็นประโยชน์ด้วยการคิดทบทวนเรื่องต่างๆ ในชีวิต เพื่อเติมคุณค่าในตัวเองให้ตอบรับกับชีวิตวิถีใหม่กันดีกว่า

เช็กลิสต์ 12 คำถาม มองตัวเองเข้าใจ ไปได้ไกล เพื่อเป็นคนระดับ Top

ในช่วงเพิ่งเริ่มต้นปีใหม่แบบนี้ ชวนมองตัวเองให้ลึกซึ้งกว่าเดิม เพื่อค้นพบคำตอบของเส้นทางที่อยากจะเดิน ด้วย 12 คำถามสำหรับเช็กลิสต์ จะได้มองตัวเองอย่างเข้าใจ และก้าวไปได้ไกล เพื่อเป็นคนระดับ Top

10 QUOTES สร้างพลังส่งท้ายปีเก่า จาก 10 คนสำเร็จที่เป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่

10 QUOTES สร้างพลัง จาก 10 ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ซีอีโอ ที่มีเป้าหมายในชีวิตและไม่มีวันยอมทำสิ่งที่ผิดพลาดเหล่านี้ เพื่อเป็นกำลังใจส่งท้ายปีเก่า และพร้อมก้าวต่อไปในปีใหม่นี้