Social Distancing VS Physical Distancing…ตัวอยู่ไกล แต่ใจไม่ห่างกัน

Social Distancing VS Physical Distancing…ตัวอยู่ไกล แต่ใจไม่ห่างกัน

Social Distancing  VS  Physical Distancing

แม้ตัวอยู่ไกล แต่ใจไม่ห่างกัน

แม้ว่าการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ ‘Social Distancing’ จะเป็นสิ่งสำคัญที่พาเราการก้าวข้ามวิกฤตในช่วงเวลานี้ได้ เชื่อว่าขณะนี้บางคนอาจต้องทำงาน Work from home เพียงลำพัง และขาดการเข้าสังคมพบปะแบบที่คุ้นเคยไปชั่วคราว ทีมเวิร์กที่เคยร่วมกันทำงานอาจไม่ได้พบปะอัพเดตกันเหมือนก่อน แต่เราเชื่อว่า ไม่ว่าระยะห่างทางกายจะเป็นเช่นไร แต่การดูแลจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญ

 

องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงออกมารณรงค์ให้ผู้คนหันมาใช้คำว่า  ‘Physical Distancing’  แทน เพื่อกระตุ้นให้คนตระหนักถึงการลดการมีปฏิสัมพันธ์ทางกาย แต่ไม่ลดความผูกพันทางใจตามไปด้วย พร้อมรณรงค์ให้ผู้คนใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์เพื่อลดช่องว่างทางใจ

 

และนี่คือ Tips ง่ายๆ ในการให้กำลังใจผู้อื่น เพราะ You2morrow เชื่อว่าการเยียวยาคนอื่น ก็เท่ากับการที่คุณได้เยียวยาตัวเองด้วย

 

 

 เทคนิครักษาความสัมพันธ์ฉบับคนทำงาน

และประโยคลดช่องว่างระหว่างใจ

1. ฉันสามารถช่วยอะไรคุณได้บ้างในตอนนี้

แม้ดูเป็นคำถามที่ยากจะให้ความช่วยเหลือได้จริงในช่วงเวลานี้ แต่อย่างน้อยที่สุดผู้ฟังก็ได้รับรู้ว่า เขาไม่ได้เผชิญปัญหาเพียงลำพัง เมื่อคุณเข้าใจปัญหาของผู้อื่น ครั้งต่อไปคุณอาจกลายเป็นที่พึ่งทางใจคนแรกที่เขาถามหา

2. ฉันอยู่ตรงนี้เสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

นี่เป็นหนึ่งในคำพูดที่ช่วยส่งต่อกำลังใจไปถึงผู้ตกอยู่ในช่วงเวลายากลำบาก ช่วยให้เขาเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าจะบอบช้ำจากเรื่องร้ายใดๆ ก็ยังมีคนคอยเคียงข้าง พร้อมเป็นกองหนุน และให้กำลังใจเสมอ

 

3. ฉันอยาก (จะทิ้งทุกอย่าง) ไปอยู่เคียงข้างคุณจริงๆ

แม้การไปอยู่เคียงข้างกันอาจยังไม่ใช่ในตอนนี้! แต่การเอ่ยประโยคดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า กำลังใจจากคุณเป็นเรื่องจริงจังและจริงใจ ไม่ใช่แค่การถามไถ่สารทุกข์สุขดิบไปตามมารยาทเท่านั้น

 

4. คุณอยากฟังคำแนะนำจากฉันไหม

การเป็นที่ปรึกษาที่ดี บางทีก็ไม่จำเป็นต้องให้คำปรึกษา เพราะบ่อยครั้งคนที่เครียดต้องการเพียงที่ระบาย ผู้รับฟังที่ดี และคนที่จะไม่ตัดสินใดๆ ฉะนั้นในช่วงเวลาอ่อนไหวเช่นนี้ ถามเขาก่อนว่าต้องการฟังคำแนะนำจริงๆ หรือเปล่า

 

 

ประโยคต้องห้าม ยิ่งพูดยิ่งซ้ำเติมคนเครียด

 

1. ไม่เห็นต้องตกใจเลย!

การวิจารณ์เช่นนี้ เหมือนเป็นโจมตีว่าคนคนนั้นยังสู้และพยายามไม่มากพอ ซึ่งเป็นการบั่นทอนจิตใจ และทำให้เขาตระหนกมากขึ้น ลองหันมาให้กำลังใจแทนด้วยการพูดว่า “ฉันรู้ว่ามันยาก แต่เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

 

2. ปกตินะ เพราะใครๆ ก็เครียด

พูดแบบนี้มันดูเหมือนคุณไม่เข้าใจอะไรเลย หากคุณเองก็มีประสบการณ์ร่วมเกี่ยวกับเรื่องเครียดเรื่องนั้น ลองแชร์เทคนิคการดีลกับปัญหาของตัวเอง แล้วบอกให้เพื่อนลองนำไปปรับใช้ จะช่วยให้เขารู้สึกไม่โดดเดี่ยว

 

3. หยุดคิดมากสิ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง

พูดแบบนี้นอกจากจะไม่ช่วยอะไรเลย ยังทำให้ผู้ฟังกดดันมากกว่าเดิม และเหมือนกำลังถูกประชดประชันยังไงอย่างงั้น

เพราะเราเชื่อว่า คำสั้นๆ บางคำ ก็แปรเปลี่ยนเป็นพลังบวกและทำให้คนหนึ่งคนมีแรงลงมือทำสิ่งดีๆ ได้ มาเรียนรู้ที่จะรักษาความสัมพันธ์ด้วยประโยคสร้างพลังเหล่านี้กันนะ

 

ที่มา : www.ctvnews.ca
www.self.com


บทความที่เกี่ยวข้อง
มองหาแง่งามจากการ Work from Home และสร้างระยะห่างทางสังคม

มาใช้เวลาช่วงที่ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้นให้เป็นประโยชน์ด้วยการคิดทบทวนเรื่องต่างๆ ในชีวิต เพื่อเติมคุณค่าในตัวเองให้ตอบรับกับชีวิตวิถีใหม่กันดีกว่า

เช็กลิสต์ 12 คำถาม มองตัวเองเข้าใจ ไปได้ไกล เพื่อเป็นคนระดับ Top

ในช่วงเพิ่งเริ่มต้นปีใหม่แบบนี้ ชวนมองตัวเองให้ลึกซึ้งกว่าเดิม เพื่อค้นพบคำตอบของเส้นทางที่อยากจะเดิน ด้วย 12 คำถามสำหรับเช็กลิสต์ จะได้มองตัวเองอย่างเข้าใจ และก้าวไปได้ไกล เพื่อเป็นคนระดับ Top

10 QUOTES สร้างพลังส่งท้ายปีเก่า จาก 10 คนสำเร็จที่เป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่

10 QUOTES สร้างพลัง จาก 10 ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ซีอีโอ ที่มีเป้าหมายในชีวิตและไม่มีวันยอมทำสิ่งที่ผิดพลาดเหล่านี้ เพื่อเป็นกำลังใจส่งท้ายปีเก่า และพร้อมก้าวต่อไปในปีใหม่นี้